กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
สัดส่วนผ้าเบรกมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสมรรถนะความเสียดทาน ซึ่งในทางปฏิบัติใช้วิธีการลองผิดลองถูก ทำให้สิ้นเปลืองเวลาและต้นทุนในกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดขั้นตอนการพัฒนาวัสดุ ซึ่งได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาแบบจำลองย้อน (inverse model) สำหรับทำนายสัดส่วนผสมผ้าเบรก โดยการประยุกต์ใช้แบบจำลองเครือข่ายประสาทเทียมร่วมกับขั้นตอนวิธีเชิงพันธุกรรม เนื่องจากแบบจำลองเครือข่ายประสาทเทียมสามารถเลียนแบบพฤติกรรมที่ไม่เป็นเชิงเส้นสูงได้ดี ในขณะที่ขั้นตอนวิธีเชิงพันธุกรรมมีความสามารถในการหาตำแหน่งที่เหมาะสมได้ดี โดยในการพัฒนาได้เริ่มจากการสร้างแบบจำลองเครือข่ายประสาทเทียมที่สามารถทำนายสมรรถนะความเสียดทานได้แม่นยำ ซึ่งจากผลการพัฒนาแสดงให้เห็นว่า ข้อมูลตัวแปรนำเข้า และตัวแปรนำออกต้องได้รับการปรับค่า (normalization) ให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม ก่อนการนำไปใช้ในการฝึกหัดแบบจำลองเครือข่ายประสาทเทียม จากนั้นต้องแปลงแบบจำลองนี้ให้อยู่ในรูปแบบสมการคณิตศาสตร์ ซึ่งต่อมาจะถูกกำหนดเป็นฟังก์ชันวัตถุประสงค์ ขั้นตอนวิธีเชิงพันธุกรรมนั้นถูกนำมาใช้ในการหาสัดส่วนผสมผ้าเบรก ซึ่งความเหมาะสมนั้น คือ ค่าสัดส่วนต้องทำให้ได้ค่าคำตอบที่ต้องการ ซึ่งในงานวิจัยนี้ คือ ต้องได้รับค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานและอัตราการสึกหรอที่ต้องการ ผลจากการศึกษาในเบื้องต้น พบว่า แบบจำลองย้อนกลับไม่สามารถถทำนายผลได้แม่นยำ จึงจำเป็นต้องกำหนดช่วงขององค์ประกอบต่างๆ และต้องอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร งานวิจัยนี้ได้อาศัยความสัมพันธ์ระหว่างเส้นใยอะรามิดและเถ้าลอย ซึ่งผลจากการศึกษา แสดงให้เห็นว่า แบบจำลองย้อนกลับสามารถทำนายสัดส่วนผ้าเบรกได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามผ้าเบรกมีองค์ประกอบเป็นจำนวนมาก ซึ่งในขั้นต้นต้องได้รับข้อมูลการทดสอบที่เพียงพอ จึงจะสามารถทำนายผลได้ใกล้เคียงกับความเป็นจริง