กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
มะแขว่น (Zanthoxylum limonella Alston) เป็นสมุนไพรไทยในท้องถิ่นภาคเหนือที่มีสรรพคุณทางยา น้ำมันหอมระเหยจากผลมะแขว่นมีองค์ประกอบที่สำคัญ คือ limonene ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการสังเคราะห์สารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบ แสดงฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและฤทธิ์ยับยั้งจุลินทรีย์ งานวิจัยนี้จึงได้นำมะแขว่นมาสกัดสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพโดยวิธีการต้มกลั่น จากผลการทดสอบยับยั้งแบคทีเรียด้วยวิธี Agar dise diffustion, Minimum Inhibitory Concentrations(MIC), minimum bactericidal concentration (MBC) ของสารสกัดมะแขว่นและน้ำมันหอมระเหยมะแขว่น พบว่าสารสกัดมะแขว่นและน้ำมันหอมระเหยมะแขว่นแสดงฤทธิ์ต้านการเจริญของ Staphylococcus aureus ได้ดีที่สุด โดยให้ค่าวงใสเท่ากับ 13.4 MIC เท่ากับ 6.64 และ MBC เท่ากับ 2.75 mg/mL ในขณะที่ค่า Agar dise diffustion, MIC และ MBC ของสารสกัดมีฤทธิ์ยับยั้ง Bacillus cereus เท่ากับ 23.0 ,26.56 และ 6.25 mg/mL ตามลำดับ และ Escherichia coli เท่ากับ 32.50 mg/mL สารสกัดมะแขว่นและน้ำมันหอมระเหยไม่สามารถยับยั้งการเจริญของ Pseudomonas aeruginosa เมื่อนำผลมาศึกษาหาความเข้มข้นต่ำสุดของสารสกัดมะแขว่นและน้ำมันหอมระเหยมะแขว่นที่สามารถฆ่าแบคทีเรียได้ทั้งหมด (Minimum Bactericidal Concentrations, MBC) พบว่าค่า MBC ของสารสกัดมะแขว่นต่อ Bacillus cereus และ Staphylococcus aureus เท่ากับ 6.64 mg/mL ซึ่งเป็นค่าที่แสดงการออกฤทธิ์ได้ดีกว่ากรณีที่ทดสอบกับ Escherichia coli ซึ่งมีค่า MBC เท่ากับ 2.25 mg/mL ตามลำดับ คณะวิจัยจึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับบำรุงผิว ทั้งหมด 4 ชนิด โดยมีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาอัตลักษณ์ (identity) ทางเคมีของน้ำมันหอมระเหยมะแขว่น 2) เพื่อศึกษาความคงสภาพของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยมะแขว่น 3) เพื่อประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยมะแขว่น การพัฒนาตำรับน้ำมันนวดมะแขว่นและบาล์มมะแขว่น น้ำมันหอมระเหยมะแขว่นสกัดด้วยวิธีการกลั่นไอน้ำ หลังจากนั้นเปรียบเทียบความแตกต่างขององค์ประกอบเคมีจากสกัดหยาบ เอทานอลด้วยวิธีคอลัมน์โครมาโทกราฟีและโครมาโทกราฟีแบบผิวบาง (ทีแอลซี) วิเคราะห์สารประกอบระเหยง่ายในน้ำมันหอมระเหยด้วยเทคนิคแก๊สโครมาโทกราฟีแมสสเปกโทเมตรี (จีซีเอ็มเอส) และตรวจสอบองค์ประกอบเคมีโมเลกุลขนาดปานกลางและขนาดใหญ่ในสารสกัดหยาบเอทานอลของมะแขว่นแต่ละพื้นที่ด้วยเทคนิค Chromatography (HPLC) เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบคุณภาพของมะแขว่นเจากแต่ละพื้นที่ปลูก พบว่าสารสกัดมะแขว่นจากจังหวัดน่านที่สกัดด้วยตัวทำละลาย 50%เอทานอลและสารสกัดมะแขว่นจากจังหวัดเชียงใหม่ที่สกัดด้วยตัวทำละลายน้ำให้ปริมาณสารสกัดมากที่สุดมีค่าเท่ากับร้อยละ 9.07 ? 1.33 และ 9.07 ? 1.36 ตามลำดับ และพบว่าน้ำมันหอมระเหยจากจังหวัดน่านให้ปริมาณของร้อยละสารสกัดสูงที่สุดมีค่าเท่ากับร้อยละ 20.56 ? 0.82 จากการแยกองค์ประกอบเคมีตามสภาพขั้วด้วยวิธี Column chromatography สามารถแยกเก็บแฟกชั่นได้ทั้งหมดจำนวน 17 แฟกชั่น และจากการประเมินชนิดองค์ประกอบเคมีของแต่ละแฟกชั่นด้วยวิธี TLC พบว่าในสารสกัดหยาบเอทานอลของมะแขว่นจากแต่ละพื้นประกอบด้วยสารอย่างน้อย 30 ชนิด โดยลักษณะการแยกสารของแต่ละแฟกชั่นของตัวอย่างสารสกัดมะแขว่นจากทั้ง 4 จังหวัดไม่มีความแตกต่างกัน จากผลการวิเคราะห์สารประกอบระเหยง่ายในน้ำมันหอมระเหยด้วยเทคนิคจีซีเอ็มเอส ตรวจพบสารประกอบระเหยง่ายทั้งหมด 83 ชนิด สารประกอบระเหยง่ายส่วนใหญ่ที่ตรวจพบเป็นสารกลุ่ม terpenoids และพบว่าสารประกอบระเห…
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 5 — 5. Key elements demonstrated in relevant environments
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness