กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา กลุ่มตัวอย่างเป็นเด็กปฐมวัย 109 คน เครื่องมือการวิจัย ได้แก่ แบบประเมินพฤติกรรมการบริโภคอาหารย้อนหลัง 24 ชม. แบบสำรวจรายการอาหารกลางวัน แบบประเมินการยอมรับตำรับอาหาร แบบบันทึกข้อมูลจากโปรแกรม ThaiNutriSurvey 2.00 และวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ การสำรวจ การสัมภาษณ์ การประชุมเชิงปฏิบัติการ สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และนำเสนอข้อมูลด้วยวิธีพรรณาผลการวิจัยพบว่า 1) ภาวะโภชนาการ น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ 5 คน ร้อยละ 4.59 ภาวะเตี้ย 6 คน ร้อยละ 5.50 ภาวะอ้วน 10 คน ร้อยละ 9.17 และเริ่มอ้วน 7 คน ร้อยละ 6.42 และพฤติกรรมการบริโภคพบว่าเด็กทุกคนกินอาหารเช้าที่มีกลุ่มอาหารอย่างน้อย 2 กลุ่ม คือ กลุ่มข้าว แป้งและเนื้อสัตว์หรือกลุ่มข้าว แป้งและนม ทุกวัน และกินอาหารหลัก วันละ 3 มื้อทุกวัน โดยกินอาหารกลุ่มข้าว-แป้ง วันละ 3 ทัพพี ทุกวัน กินไข่ สัปดาห์ละ 3-7 วัน ๆ ละ 1 ฟอง และเติมเครื่องปรุงรสเค็ม เช่น น้ำปลา ซีอิ๊ว แม็กกี้ในอาหารที่ปรุงสุกแล้วทุกครั้ง2) การประเมินพลังงานและสารอาหาร พบว่าตำรับอาหารส่วนใหญ่ผ่านเกณฑ์คุณภาพและการพัฒนาตำรับอาหารกลางวันจากภูมิปัญญาท้องถิ่น พบว่าตำรับอาหารที่ต้องปรับปรุงเพิ่มพลังงานและไขมันจะใช้น้ำมันเจียวหรือหมูบดเพิ่มขึ้น และลดการใช้ลูกชิ้นปลา 3) แนวทางส่งเสริมสุขภาวะของเด็กปฐมวัยพบว่าควรมีหน่วยงานระดับพื้นที่ทำงานร่วมกันกับผู้ปกครองแบบบูรณาการทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน โดยการจัดกิจกรรมเสริมด้านโภชนาการและพัฒนาด้านร่างกายอย่างเป็นระบบตั้งแต่การกำหนดนโยบาย การให้ความรู้แก่ครูและผู้ปกครอง การให้ความรู้การจัดชั่วโมงเรียนและเล่นอย่างเหมาะสม การจัดกิจกรรมเสริมพัฒนาการ จัดหาอาหารที่เหมาะสมแลเพียงพอ จัดระบบส่งต่อข้อมูลระหว่างโรงเรียนกับบ้าน เป็นต้นคำสำคัญ อาหารกลางวัน ภูมิปัญญาท้องถิ่น เด็กปฐมวัย
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. Concept demonstrated analytically or experimentally
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. initial testing of proposed solution(s) together with relevant stakeholders