กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้ศึกษาผลิตไซโลโอลิโกแซคคาไรด์จากข้าวสำหรับเป็นส่วนผสมเชิงหน้าที่ในอาหารและเครื่องสำอาง โดยสกัดไซแลนจากฟางข้าวด้วยโซเดียมไฮดรอกไซด์ (1, 2 และ 4 N) ที่อุณหภูมิ 25 และ 100?C พบว่าการสกัดไซแลนจากฟางข้าวด้วยโซเดียมไฮดรอกไซด์เข้มข้น 4 N อุณหภูมิ 100?C เป็นเวลา 3 ชั่วโมง ได้ไซแลนฟางข้าวปริมาณสูงที่สุด เท่ากับ 65.67 % โดยมีน้ำตาลไซโลส อะราบิโนส และกลูโคส เป็นองค์ประกอบในไซแลน เมื่อนำไซแลนฟางข้าวมาสกัดไซโลโอลิโกแซคคาไรด์ด้วยน้ำโดยในอัตราส่วนปริมาณไซแลนของฟางข้าวต่อน้ำ 1:100 อุณหภูมิ 130?C เวลา 30 นาที หลังจากนั้นเติมไซลาเนส (10,000u/g) ที่ 0, 10, 20, 30 and 40% (w/w ของน้ำหนักไซแลน) พบว่าสภาวะที่ดีที่สุดในการสกัดไซโลโอลิโกแซคคาไรด์ด้วยไซลาเนส 40% มีปริมาณไซโลโอลิโกแซคคาไรด์มากที่สุด โดยมี ไซโลไตรโอส (xylotriose) ไซโลเตตระโอส (xylotetraose) ไซโลเพนตะโอส (xylopentaose) เท่ากับ 124.82, 393.51 and 1,407.31 ppm นอกจากนี้พบว่าไซโลโอลิโกแซคคาไรด์ที่ความเข้มข้น 5,000 ppm ยังมีฤทธิ์ในการยับยั้งเอนไซม์อีลาสเทส และคอลลาจิเนส โดยมีค่าเท่ากับ 25.75 - 58.69% และ 29.03 - 39.84% ตามลำดับ เมื่อทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์ปกติ Vero (African green monkey fibroblast; CLS605372), L929 (Mouse subcutaneous connective tissue) and HaCat (Human keratinocyte immortal cells) พบว่าไซโลโอลิโกแซคคาไรด์ไม่มีความเป็นพิษต่อเซลล์ โดยมีร้อยละน้อยกว่าการรอดชีวิตของเซลล์ 50% จากนั้นนำไซโลโอลิโกแซคคาไรด์ใส่เป็นส่วนผสมใน sleeping mask และได้เป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบ โดยจะนำ sleeping mask ไปทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ต่อไป
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 4 — 4. Key elements demonstrated in laboratory environments
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 4 — 4. problem validated through pilot testing in relevant environment to substantiate proposed impact and societal readiness