กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาเรื่องการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร: ชาสมุนไพรเพื่อสุขภาพจากช่อดอกและใบมะม่วงนี้ มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) สำรวจความต้องการของตลาดชาสมุนไพรจากช่อดอกและใบมะม่วงของผู้บริโภค 2) เพื่อศึกษากระบวนการผลิตชาสมุนไพรจากช่อดอกและใบมะม่วงในกระบวนการหมักที่แตกต่างกัน 3) เพื่อศึกษาผลของชนิดพันธุ์มะม่วงต่อคุณสมบัติของชาสมุนไพร 4) เพื่อศึกษาสภาวะที่เหมาะสมของกระบวนการทำชาสมุนไพรจากช่อดอกและใบมะม่วง 5) ศึกษาความพึงพอใจของผู้บริโภคชาสมุนไพรจากช่อดอกและใบมะม่วง และ 6) พัฒนาบรรจุภัณฑ์ชาสมุนไพรจากช่อดอกและใบมะม่วง ผลการศึกษาพบว่า ความต้องการของตลาดชาสมุนไพรจากช่อดอกและใบมะม่วงของผู้บริโภค ผู้ที่ตอบแบบสอบถาม รวมทั้งสิ้น 403 คน ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 62.5 ผู้ตอบแบบสอบถามเคยบริโภคผลิตภัณฑ์ชา (ร้อยละ 71) เหตุผลในการบริโภคผลิตภัณฑ์ชา ลำดับที่ 1 คือ เพื่อความอร่อย (ร้อยละ 54.4) ลำดับที่ 2 คือ เพื่อสุขภาพที่ดี (ร้อยละ 41.1) และลำดับ 3 คือ เพื่อลดความเครียด (ร้อยละ 40.2) สำหรับกระบวนการผลิตชา เมื่อนำช่อดอกและใบมะม่วงมาผ่านกระบวนการผลิตที่แตกต่างกันทำให้ได้ชาต่างกัน 3 ประเภท คือ ชาเขียว ชาอู่หลง และชาดำ ชาเขียวเป็นชาที่ไม่ผ่านการหมัก ชาอู่หลงเป็นชาที่หมักเพียงบางส่วน และชาดำเป็นชาที่หมักอย่างสมบูรณ์ จากการวิเคราะห์ฤทธิ์ต้านสารอนุมูลอิสระ รวมถึงปริมาณฟีนอกลิกทั้งหมดพบว่า ชาเขียวจากใบมะม่วง มีค่า DPPH และ FRAP มากที่สุด เมื่อวิเคราะห์ชนิดสายพันธุ์มะม่วง พบว่า สายพันธุ์ทวายเดือนเก้า มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระมากที่สุดในทุกกระบวนการผลิตชา (ชาเขียว/ชาอู่หลง/ชาดำ) ชาจากใบมะม่วงพันธุ์ทวายเดือนเก้า มีค่า DPPH, FRAP, ปริมาณฟีนอลิกทั้งหมด และปริมาณฟลาโวนอยด์ มากกว่าชาจากใบมะม่วงพันธุ์เขียวเสวยและน้ำดอกไม้ สำหรับชาจากช่อดอกมะม่วง พบว่าชาจากช่อดอกมะม่วงพันธุ์ทวายเดือนเก้า มีค่า DPPH มากที่สุด ชาจากช่อดอกมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้ มีค่า FRAP มากที่สุด ชาจากช่อดอกมะม่วงพันธุ์เขียวเสวย มีค่าปริมาณฟีนอลิกทั้งหมดมากที่สุด ชาจากช่อดอกมะม่วงพันธุ์เขียวเสวย มีค่าปริมาณฟลาโวนอยด์มากที่สุด และชาจากช่อดอกมะม่วงพันธุ์ทวายเดือนเก้ามีสีสว่างที่สุด จากการประเมินทางประสาทสัมผัส พบว่า ค่าคะแนนความชอบเฉลี่ยของสี กลิ่น รสชาติ ความรู้สึกหลังกลืน และความชอบโดยรวมของชาเขียว มีค่ามากกว่าชาอู่หลง และชาดำทั้งสามสายพันธุ์ของมะม่วงที่ศึกษา ผลการศึกษาความพึงพอใจของผู้บริโภคชาสมุนไพรจากใบมะม่วงพันธุ์ทวายเดือนเก้า โดยการทดสอบการยอมรับทางประสาทสัมผัสจากบุคคลทั่วไป จำนวน 156 คน พบว่าคุณลักษณะด้านสีของชาเขียวจากใบมะม่วงพันธุ์ทวายเดือนเก้ามีค่าเฉลี่ยคะแนนความชอบสูงที่สุดเท่ากับ 7.31?1.15 มีค่าแตกต่างกับชาอู่หลงและชาดำอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ชาสมุนไพรจากช่อดอกและใบมะม่วง โดยหลักการมีส่วนร่วมของชุมชน ได้บรรจุภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์ชาเขียวจากใบมะม่วงพันธุ์ทวายเดือนเก้า 2 บรรจุภัณฑ์ ได้แก่ กล่องกระดาษ สำหรับบรรจุชาน้ำหนัก 1.7 กรัม ในถุงกระดาษกรอง จำนวน 10 ถุง รวมน้ำหนักชาทั้งหมดในกล่องเท่ากับ 17 กรัม และถุงฟิล์ม โดยเลือกใช้ถุงประเภท อลูมิเนียมฟอยล์ บรรจุชาน้ำหนัก 80 กรัม งานวิจัยนี้เป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่ช่อดอกและใบมะม่วง ทำให้ผู้ประกอบการสวนมะม่วงมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายชาสมุนไพรจากช่อดอกและใบมะม่วง อีกทั้งยังช่วยลดปริมาณของเหลือทิ้งจากการเกษตรจากสวนมะม่วง
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 5 — 5. Key elements demonstrated in relevant environments
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness