กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
เนื่องจากบัวบกที่พบในประเทศไทยมีองค์ประกอบของสารสำคัญไม่สม่ำเสมอ อันเป็นผลมาจากความแปรปรวนด้านพันธุกรรมของพืช และสภาพแวดล้อมของการผลิตบัวบก ที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ปลูก รวมทั้งพบว่ามีการปนเปื้อนยาฆ่าแมลงในบัวบกที่ปลูกในแปลงของเกษตรกร ทำให้ผู้ผลิตมีต้นทุนในการสกัดสารสำคัญที่สูงขึ้น เพื่อไม่ให้มีการปนเปื้อนสารเคมีจากยาฆ่าแมลง จุลินทรีย์ และ โลหะหนัก จึงมีความจำเป็นต้องเร่งพัฒนาและปรับปรุงระบบการผลิตพืชให้ได้มาตรฐานมากขึ้น ด้วยข้อจำกัดในการปลูกบัวบกแบบดั้งเดิมดังกล่าว งานวิจัยจึงนี้มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตบัวบกในสภาพ Plant factory เป็นการยกระดับการผลิตบัวบกเชิงการค้าให้ได้มาตรฐานด้านความปลอดภัยในเรื่องสารเคมีปนเปื้อน สำหรับอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารและยาจากพืชสมุนไพร โดยที่สามารถระบุสายพันธุ์บัวบกและเทคนิคการปลูกเลี้ยงบัวบกในสภาพ Plant factory ที่เหมาะสม ผลการคัดเลือกบัวบกสายพันธุ์ดี ด้านศักยภาพของบัวบกสายพันธุ์ elite clone ที่สามารถขยายพันธุ์ได้รวดเร็วและมีความสม่ำเสมอด้านการเจริญเติบโต โดยใช้ระบบ Bioreactor และทดสอบการปรับตัวและให้ผลผลิตรวมทั้งสารสำคัญ ใน Plant factory พบว่า เทคนิคการเตรียมต้นบัวบก สายต้นดี (elite clones) ด้วยการเพิ่มปริมาณต้นบัวบกด้วยระบบ bioreactor มีอัตราเพิ่มจำนวนต้นบัวบก เท่ากับ 2.6 เท่า) ในระยะเวลา 4 สัปดาห์ จากการปลูกภายใต้สภาพ Plant factory และเก็บเกี่ยวต่อเนื่อง 5 รอบผลิต หลังจากทดสอบสภาพปลูกที่เหมาะสมและประเมินผลผลิตและปริมาณสารสำคัญของแต่ละรอบการเก็บเกี่ยวของบัวบก พบว่า บัวบก “ไบโอบก-143” และ “ไบโอบก-296” เป็น elite clone ที่ให้ผลผลิตและปริมาณสารสำคัญสูง เปรียบเทียบกับสายต้นอ้างอิงของกรมวิชาการเกษตร จากการทดสอบปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมในการปลูกเลี้ยงบัวบก ในสภาพ Plant factory ได้แก่ สเปคตรัมของแสง และความหนาแน่นของต้นพันธุ์ในพื้นที่ปลูก เพื่อระบุ สัดส่วนสเปกตรัมของแสง ความเข้มแสง และ ความหนาแน่นในการปลูกต่อพื้นที่ ที่เหมาะสม ในการเร่งอัตราการเจริญเติบโต ผลผลิต (น้ำหนักสด) และปริมาณสารสำคัญ ภายใต้สภาพแวดล้อมควบคุมใน Plant factory โดยพบว่าปัจจัยดังกล่าว มีผลส่งเสริมให้บัวบกมีน้ำหนักสดรวมของต้นที่มากขึ้น ทำให้ผลผลิตและสารสำคัญสม่ำเสมอในทุกรอบผลิตแบบไว้ตอ เพิ่มผลิตภาพของการผลิตบัวบกให้ได้ผลผลิตด้านน้ำหนักแห้งและปริมาณสารสูงสุดเต็มตามศักยภาพของพันธุ์ ซึ่งคัดเลือกได้บัวบก elite clone ได้แก่ “ไบโอบก-143” และ “ไบโอบก-296”ด้วยสูตรสารละลายธาตุอาหาร ซึ่งมีปริมาณธาตุอาหารหลักและธาตุรองที่เหมาะสม ร่วมกับการจัดการให้สารละลายธาตุอาหารในปริมาณที่เพิ่มขึ้นอย่างเหมาะสมตลอดการเก็บเกี่ยวอย่างต่อเนื่อง จำนวน 5 รอบผลิตที่ปลูกในสภาพ Plant factory และประเมินผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยวของบัวบก “ไบโอบก-143” และ “ไบโอบก-296” ผลที่ได้คือ สามารถเพิ่มผลผลิตของบัวบกทั้งสองสายต้นได้ ให้น้ำหนักสดต่อต้นสูงสุด 50.8 และ 104.7 กรัมต่อต้น ตามลำดับ โดย“ไบโอบก-143” ที่ให้ผลผลิตและปริมาณสารสำคัญสูง (centelloside) ภายใต้การปลูกเลี้ยงด้วยสภาพแสงที่มีสัดส่วนสเปคตรัม (R>B) และความเข้มแสง (250 PPFD) ที่เหมาะสม ในระบบผลิตบัวบกที่เก็บเกี่ยวอย่างต่อเนื่อง จำนวน 5 รอบผลิต ในสภาพ Plant factory ที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตของบัวบก ช่วยเพิ่มผลผลิต (20%) และปริมาณสารสำคัญเพิ่มขึ้น (1.6 เท่า) อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง เปรียบเทียบกับการปลูกเลี้ยงบัวบกด้วยสภาพแสงในชุดควบคุม และเก็บเกี่ยวอย่างต่อเนื่อง 5 รอบผลิต ด้วยระยะปลูกบัวบก elite clone ในสภาพ Plant factory ด้วยจำนวน 45 ต้น…
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 5 — 5. Key elements demonstrated in relevant environments