กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยเรื่อง การพัฒนาระบบเพาะปลูกพืชด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) สู่การเกษตรยุคใหม่อย่างยั่งยืนของวิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์ลำไยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาวิเคราะห์ศักยภาพและความต้องการของเกษตรกรในชุมชนนำไปสู่แนวทางในการพัฒนาระบบต้นแบบนวัตกรรมใหม่ 2) เพื่อพัฒนาระบบเพาะปลูกพืชด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) ที่เหมาะสมของชุมชนต้นแบบ 3)เพื่อถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการใช้ต้นแบบนวัตกรรมทางการเกษตรด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) นำไปประยุกต์กับงานเกษตรที่เหมาะสมของตนเองและชุมชนให้มีความยั่งยืน ผู้วิจัยได้ดำเนินการสำรวจความต้องการในการอบรมจากผู้ประกอบการเกษตรอินทรีย์แปลงใหญ่ จำนวน 11 ราย พบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุระหว่าง 30-60 ปี มีอาชีพเกษตรกรแปลงใหญ่ การทำเกษตรลำไย ร้อยละ 81.8 ทำเกษตรลำไย ร้อยละ 18.1 ไม่ทำเกษตรลำไย ผู้วิจัยได้สำรวจเกษตรกรจากผู้เข้าอบรม พบว่าเกษตรกรจะมีปัญหาอยู่ 4 ด้าน ได้แก่ 1.)ปัญหาด้านการเพาะปลูก อากาศแปรปรวน เรื่องดิน ต้นทุนสูง การใส่ปุ๋ยที่ถูกวิธี ภัยแล้ง ต้นทุนการผลิตสูง มีน้ำ แต่ค่าไฟในการใช้น้ำแพง น้ำไม่เพียงพอ ภัยแล้ง ต้นไม้เฉาตาย ปัญหาเรื่องดินมี 2.)ปัญหาด้านผลผลิตลำไย ลำไยในฤดู ลำไยล้นตลาด ถ้าจะผลิตแบบอินทรีย์จะจัดการได้ยาก ลำไยไม่ออกผลผลิตตามต้องการ โรค เชื้อรา หนอนเจาะขั้วลำไย ราคาผลผลิตขึ้นอยู่กับพ่อค้าคนกลาง 3.) ปัญหาด้านการตลาด พ่อค้าคนกลาง กดขี่เรื่องราคา การเสริมของภาครัฐ ไม่สามารถกำหนดราคาได้ ราคาผลผลิต ช่องทางการตลาดยังไม่กว้างพอ การตลาดไม่ดีพอ 4.) ปัญหาอื่น ๆ คือ ขาดแคลนคนงานเก็บผลผลิต สารเคมีตกค้าง ปัญหาแรงงาน แรงงานขาดแคลน ในด้านความต้องการทำเกษตรลำไยแบบ Smart Farm พบว่า เกษตรกร ต้องการระบบเพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้ง่าย ค่าใช้จ่ายต่ำ และต้องการได้ความรู้ใหม่ ๆ เพื่อที่จะพัฒนาเกษตรกรการพัฒนาระบบเพาะปลูกพืชด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง การทำงานของระบบวงจรควบคุมระบบเพาะปลูกพืชด้วยอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง มีส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกัน 3 ส่วน ทำงานร่วมกันโดยมีระบบอินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลาง ส่วนประกอบดังกล่าวได้แก่ 1. ผู้ใช้งานได้แก่เกษตรกร ที่ติดตั้งระบบเพาะปลูกพืชด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง สามารถใช้เครื่องมือในการสั่งการควบคุมการให้น้ำ และรับรายงานข้อมูลสถานะที่สวนลำไย เช่น สถานะการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ข้อมูลอุณหภูมิ-ความชื้นสัมพัทธ์ ณ.จุดวัด ความนำไฟฟ้าของสารแขวนลอยในน้ำ ปริมาณน้ำฝน ความเข้มแสง ความชื้นของดิน สภาวะไฟฟ้า สามารถเลือกโหมดแบบ Manual – Automatic โดยการส่งผ่านข้อมูลทางเว็บแอปพลิเคชัน ซึ่งใช้เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อกับวงจรควบคุมที่ติดตั้งอยู่ในสวนลำใยที่อยู่ห่างออกไป ด้วยอินเทอร์เน็ตผ่านทาง GPRS Module 2. เว็บแอปพลิเคชันสร้างด้วยโปรแกรมสร้างเว็บ Visual Studio Code เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการแก้ไขโค้ด และเป็นโปรแกรมที่สามารถนำไปใช้งาน ศึกษาแก้ไขและเผยแพร่ได้ โดยรองรับการใช้งานบน Windows, macOS, Linux เว็บแอปพลิเคชันสร้างให้ทำหน้าที่ เชื่อมโยงผู้ใช้งานกับวงจรส่วนควบคุมที่ติดตั้งในสวนที่ไกลออกไป บันทึกข้อมูลทางการเกษตร ประมวลผล ส่งข้อมูลไปควบคุมวงจรส่วนควบคุม และสามารถนำออก (Export) ข้อมูลมาประมวลผลระดับสูงกับระบบอื่น ๆ ได้ในอนาคต และ 3. วงจรควบคุม เป็นแผงบรรจุวงจรควบคุม ติดตั้งไว้ที่สวนลำไยที่อยู่ห่างไกลที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเข้าถึง เช่น น้ำ ไฟฟ้า สัญญาณอินเทอร์เน็ต ระบบวงจรควบคุมประกอบด้วย ตู้บรรจุวงจรควบคุม (MDB : Main Distributer Board) ตู้ควบคุมวงจรไฟฟ้า ภาคกำลัง โซลินอยด์วาล์วควบคุมการส่งน้ำท่อประธาน ท่อย่อย สายสัญญาณข้อมูลดิจิทัล และแอนาล็อก จากตัวตรวจวัดที่วางกระจายตามจุดต่าง ๆ เช่น สถานะไฟฟ้าเฟส สถานะสวิตช์ลูกลอย (FSW : Flood Switch), สถานะการทำงานของบูตมอเตอร์ (RUN), สถานะภาระเกินพิกัด (OVR), สถานะฝนตก (Rain), สถานะน้ำในท่อส่ง (WiP), อัตราการไหลของน้ำ (W-FlowRate), ความเข้มของแสงแดด (LUX), อุณหภูมิ-ความชื้นจุดที่ 1 (TempHum1), อุณหภูมิ-ความชื้นจุดที่ 1 (TempHum2), การนำไฟฟ้าของสารแขวนลอยในน้ำ (TDS) ผลดำเนินการประเมินความพึงพอใจในการอบรมเชิงปฏิบัติการ ทดสอบ ติดตั้ง การนำไปใช้งานของระบบเพาะปลูกพืชด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) สู่การเกษตรยุคใหม่อย่างยั่งยืนของวิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์ลำไย จากผู้เข้าร่วมอบรม 20 คน พบว่า ค่าเฉลี่ยในภาพรวมของการอบรมเชิงปฏิบัติการของโครงการนี้ 4.03 จัดอยู่ในระดับความพึงพอใจในระดับมาก
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 7 — 7. Final development version of the deliverable demonstrated in operational
.เกษตรนำเครื่องมือต้นแบบที่ได้พัฒนามาใช้ในการทำงานแทนเกษตรได้ ทำให้ลดต้นทุน ทำงานได้สะดวกรวดเร็วมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เป็นนวัตกรรมทางการเกษตรใช้สำหรับการเพาะปลูกพืช เช่น การวัดความชื้นของดิน การให้น้ำให้ปุ๋ยอัตโนมัติ
- ยังไม่ได้มีการนำเทคโนโลยีด้าน IOT มาใช้กับการเพาะปลูก ของอำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน แต่จากการสืบค้นหางานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ได้พบว่า วิธีการให้น้ำพืชมีหลายวิธี การที่จะเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่งนั้น จะต้องพิจารณาคุณสมบัติของพืช ลักษณะของพื้นที่ วิธีการเพาะปลูก สภาพภูมิประเทศ ปริมาณ น้ำที่จะนำมาให้แก่พืช วิธีการให้น้ำโดยทั่ว ๆ ไปที่นิยมปฏิบัติในประเทศไทย แบ่งออกได้เป็น 4 แบบใหญ่ ๆ คือ 1) วิธีการให้น้ำทางผิวดิน เป็นวิธีการให้น้ำแก่พืชโดยให้น้ำขังหรือไหลไปบนผิวดินหรือซึมลงไปในดิน ตรงบริเวณที่น้ำขังหรือไหลผ่านเพื่อเก็บความชื้นไว้ให้แก่พืช การให้น้ำทางผิวดินมีมากมาย หลายรูปแบบตามความเหมาะสม แต่ที่นิยมกันโดยทั่วไป คือการให้น้ำแบบขังเป็นอ่าง ที่มีแปลงให้น้ำและคันดินล้อมรอบเพื่อบังคับน้ำการไหลของน้ำแบบต่าง ๆ เช่น แปลงให้น้ำแบบสี่เหลี่ยมในนาข้าว การให้น้ำแบบท่วมเป็นผืน และการให้น้ำแบบร่องคู วิธีนี้ค่าลงทุนถูกเมื่อเปรียบเทียบกับการให้น้ำแบบอื่น ๆ เนื่องจากการให้น้ำแบบนี้ให้น้ำไหลไปบนผิวดินโดยอาศัยแรงดึงดูดของ โลก ดังนั้นในกรณีที่ต้องใช้เครื่องสูบน้ำจึงไม่ต้องใช้แรงม้าสูง แต่มีข้อเสียคือต้องปรับพื้นที่ให้เรียบ หรือมีความลาดเทสม่ำเสมอ ซึ่งทำให้ไม่เหมาะกับพื้นที่ที่ไม่เรียบอยู่ก่อน เนื่องจากค่าปรับพื้นที่จะสูงมาก นอกจากนี้อาจเกิดการกัดเซาะ ขึ้นได้ในกรณีที่ความลาดเทของพื้นที่ชันมาก 2) วิธีการให้น้ำทางใต้ดิน เป็นวิธีการให้น้ำแก่พืชโดยการ ยกระดับน้ำใต้ดินให้ถึงเขตรากพืช น้ำจะไหลไปสู่จุดต่าง ๆ ในเขตรากพืชที่ปลูกโดยการดูดซับ วิธีเพิ่มระดับน้ำใต้ดินอาจทำโดยการให้น้ำในคูหรือโดยการให้น้ำไหลเข้าไปในท่อซึ่งฝังไว้ใต้ดิน วิธีนี้จะใช้ค่าลงทุนสูงมาก วิธีการให้น้ำแบบนี้เหมาะกับดินที่มีอัตราการซึมน้ำสูงแต่มีความสามารถเก็บน้ำไว้ได้น้อย 3)วิธีการให้น้ำแบบหยด เป็นการส่งน้ำลงสู่พื้นดินบริเวณที่มีรากพืชปลูกอยู่อย่างสม่ำเสมอด้วยจำนวนน้ำที่ออกมาทีละน้อย น้ำที่ให้แก่พืชอาจอยู่ในรูปของเม็ดน้ำเล็ก ๆ ซึ่งฉีดออกจากหัวฉีดขนาดเล็กที่ต้องการแรงดันไม่มากนักหรือเป็นหยด น้ำหรือสายน้ำเล็ก ๆ ที่ไหลออกจากท่อพลาสติกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางภายใน 1-2 มิลลิเมตร การให้น้ำ แบบนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับพื้นที่ที่มีน้ำจำกัด จัดเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการให้น้ำสูงมาก เพราะสามารถควบคุมน้ำได้ทุกขั้นตอนและมีการสูญเสียโดยการระเหยน้อย ช่วยลดปัญหาโรคพืช หรือแมลงที่เกี่ยวเนื่องจากการเปียกชื้นของใบ วิธีนี้มีข้อเสียที่สำคัญคือการอุดตันที่หัวจ่าย การอุดตัน ดังกล่าว ถ้ามีระยะเวลายาวนานก่อนการตรวจพบอาจทำให้พืชเสียหายได้ นอกจากนี้ค่าลงทุนครั้งแรกค่อนข้างสูงเพราะมีอุปกรณ์หลายอย่าง 4) วิธีการให้น้ำแบบฝอยหรือระบบฝนเทียม เป็นการกระทำโดยน้ำที่จะให้พืชจะถูกสูบจากแหล่งน้ำผ่านไปยังพื้นที่เพาะปลูกด้วยแรงดันสูงและให้ น้ำพ่นเป็นฝอยออกทางหัวฉีดหรือตามรูที่เจาะไว้ตามท่อขึ้นไปในอากาศ แล้วปล่อยให้น้ำแพร่กระจาย ลงมาบนพื้นที่เพาะปลูก วิธีการให้น้ำแบบนี้สามารถส่งน้ำที่ต้องการได้อย่างประหยัด รวดเร็วและสม่ำเสมอ มีประสิทธิภาพสูงแต่ค่าลงทุนครั้งแรกจะสูง
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 6 — 6. solution (s) demonstrated in relevant environment and in co-operation with relevant stakeholders to gain initial feedback on potential impact
ผลการศึกษานำไปประยุกต์ใช้ในสิ่งแวดล้อมอื่น และดำเนินการกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องให้ได้ข้อเสนอแนะเบื้องต้นเพื่อให้เกิดผลกระทบที่เป็นไปได้ (solution (s) demonstrated in relevant environment and in co-operation with relevant stakeholder to gain initial feedback on potential impact) คือ ทำการพัฒนาระบบการจัดการผลิตโดยการควบคุมผ่านระบบคอมพิวเตอร์ที่เกษตรกรสามารถใช้งานได้ง่ายเกษตรกรผู้ปลูกลำไยนอกฤดู สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและประชาชนทั่วไปในพื้นที่ศึกษามีต้นแบบนวัตกรรมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตลำไยนอกฤดูที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการที่แท้จริง
ในส่วนการผลิตลำไยในพื้นที่อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน เกษตรกรมีการผลิตลำไยนอกฤดูเพิ่มขึ้นเนื่องจากผลผลิตขายได้ในราคาที่สูงเทื่อเทียบกับลำไยในฤดู สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน (2561) ที่พบว่า การผลิตลำไยนอกฤดูเกษตรกรผู้ผลิตลำไยใส่สารบังคับการออกดอกแล้วแต่ลำไยไม่ออกดอกตามเป้าหมาย ผลผลิตไม่ได้คุณภาพ มาตรฐานตามความต้องการของตลาด ต้นทุนการผลิตสูงเนื่องจากปัจจัยการผลิตมีราคาแพง เช่น ปุ๋ย สารเคมีป้องกันและกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช เกษตรกรขาดแคลนแหล่งน้ำในการผลิตลำไยให้ได้คุณภาพต่อเนื่องทั้งปี รวมทั้งเกษตรกรขาดอำนาจการต่อรองในด้านการตลาด ถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง ราคาถูกกำหนดจากตลาดต่างประเทศซึ่งเกษตรกรไม่มีข้อมูล และเกษตรกรไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการซื้อขายสินค้าลำไยล่วงหน้า ในส่วนของการแก้ไขปัญหาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ส่งเสริมการกระจายผลผลิตและส่งเสริมให้เกษตรกรมีการวางแผนการผลิตให้ได้ผลผลิตลำไยคุณภาพตามความต้องการของตลาดโดยเฉพาะการจัดการกับต้นลำไย (ลำไยต้นเตี้ย การตัดแต่งช่อผล) แต่สถานการณ์ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไขที่สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละช่วงการผลิตในพื้นที่.