กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจส้มเขียวหวาน (ส้มสีทอง GI) จังหวัดน่าน อย่างยั่งยืน มีวัตถุประสงค์ 3 ประการคือ 1) เพื่อศึกษาข้อมูล และศักยภาพส้มสีทอง GI จังหวัดน่าน 2) เพื่อวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนในการลงทุนการปลูกส้มสีทอง GI จังหวัดน่าน และ 3) เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจส้มสีทอง GI จังหวัดน่าน การศึกษาใช้วิธีรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากเกษตรกรผู้ปลูกส้มเขียวหวานจำนวน 400 ราย ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มเกษตรกรรายใหญ่ และกลุ่มเกษตรกรรายย่อย ในพื้นที่จังหวัดน่าน และใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ผลการศึกษาในประเด็นข้อมูลและศักยภาพ พบว่าส้มสีทอง GI จังหวัดน่าน เป็นส้มเขียวหวานสายพันธุ์หนึ่งที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดน่าน แต่ด้วยสภาพอากาศของจังหวัดน่าน ส่งผลให้สีของเปลือกส้มเป็นสีเหลืองทอง มีเปลือกที่บาง เนื้อมีเส้นใยน้อย ไม่ฉ่ำน้ำ รสชาติหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย รสชาติอร่อย จนเป็นที่มาของส้มสีทองจังหวัดน่าน โดยมีช่วงการเพาะปลูกในระหว่างเดือนมิถุนายน ถึงเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝน และส้มสีทองได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2556 โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา ในด้านศักยภาพของส้มสีทอง พบว่ามีเกษตรกรผู้ปลูกส้มสีทองจำนวน 802 ครัวเรือน ซึ่งมีลักษณะเป็นครอบครัวขนาดไม่เกิน 4 คนต่อครอบครัว โดยผู้นำครอบครัวส่วนใหญ่เป็นเพศชายที่มีอายุในช่วง 41-57 ปี มีระดับการศึกษาในระดับประถมศึกษา และพบว่าส้มสีทองเป็นพืชหลักที่เกษตรกรเลือกปลูกในลำดับแรก และข้าวโพดเป็นลำดับรองลงมา และมีแนวโน้มที่จะมีเกษตรกรผู้ปลูกส้มสีทองเพิ่มมากขึ้นจากการชักชวนกันเองของเกษตรกร มีพื้นที่เพาะปลูกส้มสีทองในจังหวัดน่าน จำนวน 3,947.55 ไร่ แต่มีพื้นที่เพาะปลูกที่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 3,584.82 ไร่ โดยพบว่าเกษตรกรผู้ปลูกส้มสีทองส่วนใหญ่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ในการถือครองที่ดิน และพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติเป็นหลักในการเพาะปลูก โดยใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ และน้ำฝนตามลำดับ และดำเนินกิจกรรมการขายผลผลิตผ่านพ่อค้าขายส่ง (ตลาดค้าส่ง) มากที่สุด และรองลงมาคือ การขายผลผลิตในจังหวัดน่านผลการศึกษาในประเด็นต้นทุน และผลตอบแทนในการลงทุน พบว่า เกษตรกรผู้ปลูกส้มสีทองส่วนใหญ่ใช้ทุนส่วนตัวในการเพาะปลูกส้มสีทองมากถึงร้อยละ 73.37 และมีเพียงร้อยละ 26.63 เท่านั้นมีกู้ยืมจากแหล่งทุนภาครัฐและภาคเอกชน โดยในภาพรวมประเด็นของต้นทุนรวมต้นส้มสีทอง GI พบว่าเท่ากับ 14,723.78 บาท โดยมีค่าต้นพันธุ์เป็นต้นทุนที่มากที่สุด คือเท่ากับ 8,542.83 บาท และมีค่าแรงงานในการปลูกเป็นต้นทุนรองลงมาคือเท่ากับ 4,680.95 บาท และค่าจ้างในการเตรียมดินสำหรับพื้นที่เพาะปลูกในลำดับท้ายสุด คือเท่ากับ 1,050 บาท โดยมีค่าเสื่อมราคาของต้นส้มสีทองเท่ากับ 951.59 บาทต่อปี และนอกจากนั้นเมื่อพิจารณาจากมูลค่าของเครื่องมือ และอุปกรณ์ในการเพาะปลูกส้มสีทอง พบว่า เครื่องตัดหญ้า เป็นเครื่องมือที่มีมูลค่ามากที่สุด และเครื่องสูบน้ำเป็นเครื่องมือที่มีมูลค่ารองลงมา ซึ่งมีส่วนทำให้พบว่าเกษตรกรผู้ปลูกส้มสีทองมีค่าวัสดุสิ้นเปลืองมากที่สุด คือ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าปุ๋ยอินทรีย์เป็นลำดับรองลงมา ดังนั้นผลจากการวิเคราะห์จุดคุ้มทุนของการปลูกส้มสีทองพบว่า จุดคุ้มทุนของการเพาะปลูกส้มสีทอง ราคาขายส่ง มีปริมาณการขาย ณ จุดคุ้มทุนเท่ากับ 1,205.07 กิโลกรัม โดยคิดเป็นยอดขาย ณ จุดคุ้มทุนเท่ากับ 26,511.54 บาท ส่วนราคาขายปลีก มีปริมาณการขาย ณ จุดคุ้มทุนเท่ากับ 135.26 กิโลกรัม คิดเป็นยอดขาย ณ จุดคุ้มทุนเท่ากับ 6,763 บาท ผลการศึกษาในประเด็นแนวทางการพัฒน…
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness