กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพบริบทการบริหารจัดการเชิงพื้นที่และการจัดการศึกษาที่ส่งผลต่อความเหลื่อมล้ำของเด็กชาติพันธุ์ในเขตจังหวัดเชียงใหม่ 2) พัฒนาต้นแบบการบริหารจัดการเพื่อยกระดับสมรรถนะของเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดเชียงใหม่ 3) พัฒนาต้นแบบการจัดการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงอัตลักษณ์ทางด้านภาษาเพื่อยกระดับสมรรถนะของเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดเชียงใหม่ 4) พัฒนารูปแบบการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงอัตลักษณ์ทางด้านภาษาเพื่อยกระดับสมรรถนะของเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดเชียงใหม่ และ 5) สร้างข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการบริหารจัดการศึกษาที่เชื่อมโยงอัตลักษณ์ทางด้านภาษาเพื่อยกระดับสมรรถนะของเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research) กลุ่มเป้าหมายศึกษาสภาพปัญหาความเหลื่อมล้ำ คือสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 3 4 5 และ 6 ส่วนกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการทดลองนวัตกรรมต้นแบบการเรียนรู้และต้นแบบการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ คือ สถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 5 และ 6 จำนวน 18 แห่ง เก็บรวบรวมข้อมูล 4 ขั้นตอนคือ ศึกษาสภาพความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ การพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ การพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ และการพัฒนานวัตกรรมการวัดประเมินผล หลังจากนั้นศึกษาผลการทดลองใช้นวัตกรรม ผลการวิจัยพบว่า 1) บุคลากรที่ดูแลการสอนทวิ/พหุภาษาของแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา มีการโยกย้ายสับเปลี่ยนจึงทำให้ขาดความต่อเนื่องและขาดความเชี่ยวชาญ หลักสูตรการเรียนการสอนไม่สอดคล้องกับสภาพบริบท หน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาด้านภาษาโดยใช้กระบวนการจัดการเรียนการสอนทวิ/พหุภาษา คือหน่วยงานสนับสนุนภายนอก 2) ต้นแบบการบริหารจัดการเพื่อยกระดับสมรรถนะของเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วย 1) กลยุทธ์การบริหารจัดการ 2)กลยุทธ์การพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้ทวิ/พหุภาษา 3)กลยุทธ์ด้านผู้สอน 3) ต้นแบบการจัดการเรียนรู้และรูปแบบการวัดประเมินผลที่เชื่อมโยงอัตลักษณ์ทางด้านภาษา มีการปรับให้เหมาะสมกับสภาพบริบทของโรงเรียน และจุดเน้นที่ต้องการให้เกิดกับผู้เรียน มีการวิเคราะห์สภาพบริบทของชุมชนและท้องถิ่น ส่งผลให้ได้ให้หน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้และสื่อการเรียนรู้สอดคล้องกับสภาพบริบทเชิงพื้นที่ ผู้ปกครอง ปราชญ์ชุมชน หน่วยงานในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ผลการนำไปใช้พบว่า ผู้ปกครองให้ความสำคัญของการศึกษามากขึ้น นักเรียนระดับชั้นอนุบาลของโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการมีอัตราการคงอยู่ร้อยละ 100 4) ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย คือ 4.1) เขตพื้นที่การศึกษาควรกำหนดนโยบายการพัฒนาการศึกษาให้ครอบคลุมการจัดการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนชาติพันธุ์ 4.2) เขตพื้นที่การศึกษา ควรกำหนดหลักเกณฑ์การรับสมัครครูที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับพื้นที่ 4.3) เขตพื้นที่การศึกษาและองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ควรนำคู่มือการบริหารจัดการศึกษา ต้นแบบการจัดการเรียนรู้และการวัดประเมินผล ไปใช้ในการกำหนดนโยบายและวางแผนการดำเนินงานด้านการศึกษาร่วมกัน คำสำคัญ: อัตลักษณ์เชิงพื้นที่, ความเหลื่อมล้ำ, ภาษา, สมรรถนะอาชีพ
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 8 — 8. proposed solution(s) as well as a plan for societal adaptation complete and qualified
ได้นวัตกรรมการบริหารจัดการศึกษา และนวัตกรรมการจัดการเรียนการ สอนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ด้านภาษาและสมรรถนะอาชีพในพื้นที่จังหวัด เชียงใหม่และความร่วมมือของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่
ความร่วมมือระหว่างมูลนิธิภาษาศาสตร์ประยุกต์ โรงเรียนที่เป็นสมาชิก ชมรมทวิภาษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และองค์ความรู้ด้านการ สอนทวิภาษา กระบวนการขับเคลื่อนในพ้นที่